มะแขว่นแห่ง ภาพจากอินเทอเน็ต
ภัตตาคารบ้านทุ่ง Thaipbs; อำเภอนาหมื่น ตำบลเมืองลี จังหวัดน่าน ดินแดนที่มีมะแข่นดีขึ้นชื่อ พาบุกขึ้นเขาตามหา “ต้นมะแข่น” ที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่งดงาม ติดตามการเก็บมะแข่นจากต้นสูง ชิมรสชาติมะแข่นสดที่น้อยคนจะได้ลิ้มลองความหอม และความเผ็ดซ่า ที่เป็นเอกลักษณ์ และเป็นเครื่องเทศที่ขาดไม่ได้ของพี่น้องชาวเหนือ นำมาปรุงเมนูขึ้นชื่อ “ลาบจิ๊น…ใส่มะแข่น” และ “ไก่ย่างมะแข่น กินคู่กับน้ำพริกมะแข่น”

มะแข่น, มะแข่วน เป็นพืชสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งของชาวล้านนา ผลและใบใช้เป็นเครื่องเทศชูรสอาหาร โดยผลใช้ผลสดหรือผลแห้งหรือทั้งสองอย่าง แล้วแต่ชนิดอาหาร เช่น ลาบ หลู้ แกง และอาหารพื้นเมืองและอาหารท้องถิ่น มะแข่นจะมีรสชาติเผ็ด กลิ่นฉุนแต่หอม มีสรรพคุณทางยาที่สามารถแก้หวัดได้ แหล่งที่พบมะแข่นโดยส่วนมากจะอยู่ที่ภาคเหนือของไทย โดยเฉพาะในพื้นที่สูงของจังหวัดน่านจะพบมากที่สุด และเป็นจังหวัดที่มีผลมะแข่นแห้งวางขายมากที่สุดด้วย

เมื่ออาหารเหนือเริ่มเป็นนิยมมากขึ้น ทำให้คนเริ่มรู้จักมะแข่นกันมากขึ้นด้วย และมีการนำเอามะแข่นไปทำอาหารประเภทอื่นด้วยเช่นกัน เนื่องจากมะแข่นมีกลิ่นหอมฉุนจึงช่วยลดกลิ่นคาวของอาหารประเภทเนื้อได้ เช่น นำไปคลุกเนื้อทำสเต๊ก นำไปใช้เป็นเครื่องเทศปิ้งย่างแทนหม่าล่าของจีน นำไปทำเมนูไก่ทอดมะแข่น หมูทอดมะแข่น เป็นต้น

ภาพจากอินเทอเน็ต



หลายๆ พื้นที่ในจังหวัดน่าน เช่น ตำบลยอด อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน หรือ เมืองลี อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน เป็นแหล่งปลูกมะแข่นมายาวนาน ถือว่าเป็นแหล่งปลูกมะแข่นที่มีชื่อเสียงที่สุดของไทย และมะแข่นของที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นมะแข่นที่หอมกว่ามะแขว่นที่ปลูกในพื้นที่อื่น สามารถเก็บได้เป็นปีโดยที่กลิ่นก็ยังหอมอยู่เหมือนเดิม

ฤดูการเก็บเกี่ยวของมะแข่น จะอยู่ในช่วงเดือนพฤษจิกายน-เดือนธันวาคม ของทุกปี ซึ่งจะเป็นช่วงที่มะแข่นเริ่มแก่จัด โดยในแต่ละปีจะมีการจัดงานวันมะแข่นหอม ซึ่งเป็นเทศกาลประจำฤดูหนาวของทุกปีด้วย ต้นมะแข่น จะมีอายุได้ประมาณ 20 ปี ก็จะเริ่มแห้งตาย เป็นพืชรากตื้น มีเปลือกบาง อ่อนไหวต่อไฟป่าและสารเคมีจำพวกยาฆ่าหญ้า ดังนั้นชุมชนที่ปลูกต้นมะแข่นเพื่อจำหน่ายจึงเน้นทำเกษตรแบบธรรมชาติ เน้นการตัดหญ้าแทนการพ่นด้วยสารกำจัดวัชพืช และต้องคอยเฝ้าระวังไฟป่าไม่ให้เกิดในพื้นที่เพาะปลูกของตนเอง

มะแข่นดิบ เมื่อเก็บลงมาจากต้นแล้ว จะมัดเป็นพวงเพื่อให้ง่ายต่อการเคลื่อนย้าย จากนั้นนำไปตากแดดประมาณ 6-10 วัน เพื่อให้มะแข่นแห้งสนิทก่อน จะสามารถเก็บได้นานและป้องกันการเกิดเชื้อราจากความชื้นได้ ส่วนที่หอมของผลมะแข่นคือส่วนเปลือก เวลานำไปทำอาหารจึงเลือกเอาเฉพาะส่วนนี้ ส่วนเม็ดสีดำด้านในถ้าจะนำไปทำอาหารจะต้องโขลกให้ละะเอียดก่อน

มะแขว่นดิน ภาพจากอินเทอเน็ต

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
มะแขว่นเป็นไม้ขนาดกลาง สูงประมาณ 5-10 เมตร มีหนามอยู่รอบลำต้นและ กิ่ง ต้นอ่อนจะมีสีแดงแกมเขียว ลักษณะของใบเป็นใบประกอบ แต่ละใบจะมีใบย่อย 10-25 ใบ ช่อดอกเป็นช่อแบบกลุ่มย่อย มีสีขาวอมเทายาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร มีดอกตัวผู้ และดอกตัวเมียอยู่คนละต้น ผลมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.3-0.5 เซนติเมตร เปลือกของ ผลสีเขียวเมื่อแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม ผลแก่จัดจะแตกออก เมล็ดกลมเรียบ เมื่อแก่ จัดจะมีสีดำเข้มเป็นมัน มีกลิ่นหอมฉุนคล้ายผักชี มีรสเผ็ดเล็กน้อย

สารสำคัญออกฤทธิ์ ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาและสรรพคุณ
น้ำมันหอมระเหยสกัดจากเมล็ดมะแขว่น มีฤทธิ์ต้านการอักเสบที่เกิดจากพิษ ของสาร formalin และ Carragenin และเมื่อทดลองกับคนสามารถระงับการอักเสบบน ผิวหนังได้ เมื่อทาด้วยน้ำมัน น้ำมันหอมระเหยที่สกัดจาก ผลมีฤทธิ์ในการขับพยาธิลำไส้ และยังไม่มีรายงานวิจัย ความเป็นพิษของมะแขว่น

สรรพคุณทางยาแผนโบราณ
ใช้รากและ เนื้อไม้เป็นยาขับลมในลำไส้ ลมขึ้นเบื้องสูง ทำให้หน้า มืดตาลาย วิงเวียน ลดความดัน เป็นยาขับโลหิตระดูของ สตรี แต่ไม่ใช้กับหญิงมีครรภ์ ใบแก้รำมะนาด แก้ปวดฟัน เมล็ดสามารถสกัดน้ำมันหอมระเหย แก้ลมวิงเวียน บำรุง โลหิต บำรุงหัวใจ ขับลม การใช้ในตำรายาจีน แก้ปวด ท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้อาเจียน แก้ท้องเสีย และแก้อาการปวดไส้เลื่อน

ประโยชน์ทางอาหาร
ใบอ่อนกินเป็นผักสดจิ้มน้ำพริกปลาร้า ลาบ ก้อย ผลแห้ง ใช้เป็นเครื่องเทศผสมกับลาบ หลู้ ยำต่างๆ และเป็นเครื่องแกงแค ใส่เป็น เครื่องผสมแกงอ่อมไก่ แกงอ่อมเนื้อ ดับกลิ่นคาวทำให้ มีกลิ่นหอมรับประทานอร่อยมาก โดยเฉพาะหากใครเป็นช่างคนสังเกตและชอบรับประทานกุ้งอบวุ้นเส้น จะพบว่ามีเม็ดดำๆถูกใส่ผสมลงไปด้วย ซึ่งหลายคนมักจะเข้าใจว่าเป็นเม็ดพริกไทยดำ เพราะจะมีกลิ่นหอมและเผ็ดร้อนเหมือนกัน แต่ความจริงแล้วคือเมล็ดแห้งของมะแขว่นชาวจีนนิยมใช้ปรุงอาหาร แทนพริกไทยดำอย่างกว้างขวาง นิยมเรียกในหมู่คนจีนว่า พริกหอม หรือ ชวงเจียว มีขายตามร้านเครื่องยาจีนทั่วไป ในประเทศมาเลเซีย อินเดีย และพม่า ใช้เมล็ดแห้งของมะแขว่นเป็นเครื่องเทศปรุงอาหารอย่างแพร่ หลาย ชาวเขาบนดอยสูงของประเทศ ไทยจะรู้จักมะแขว่นเป็นอย่างดี

สรรพคุณทางสมุนไพร
ใบ ขยี้อุดฟันแก้รำมะนาด แก้ปวดฟัน เมล็ดกินแก้ลมวิงเวียน บำรุงโลหิต บำรุงหัวใจ ขับลมในลำไส้ ขับ ปัสสาวะ บำรุงธาตุ ถอนพิษฟกบวม แก้หนองใน รากกับเนื้อไม้ต้มน้ำดื่มขับลมในลำไส้ แก้ลมเบื้องบน หน้ามืดตาลาย วิงเวียน และขับระดู

มะแขว่น ภาพจากอินเทอเน็ต

ความคิดเห็น

ส่งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่